นุสรา's profileO_o G.ปูนาขาเก 39 จ้า ko...PhotosBlogLists Tools Help

นุสรา ปิยะวรสกุล

No list items have been added yet.
Photo 1 of 7
More albums (1)
There are no categories in use.

My Custom Part

Generate Your Own Glitter Graphics @ GlitterYourWay.com - Image hosted by ImageShack.us

O_o G.ปูนาขาเก 39 จ้า konnarukja ด.ญ.นุสรา ม.3/1

August 29

OoO.....นิยาย......OoO

แนนๆ ใกล้วาเลนไทน์แล้วนะ....จอย เพื่อนร่วมงานของแนนหันมาคุย ขณะแนนกำลังง่วนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะตัวเอง
อืม...วาเลนไทน์อีกแล้วสินะแนนเงยหน้าขึ้นสบตาจอยพลางยิ้มพูดเบาๆ
        วาเลนไทน์...
14 กุมภาพันธ์ วันที่กุหลาบทั่วโลกบานพร้อมกัน วันที่ความรักงอกงามได้เร็วกว่าทุกวัน และเป็นวันที่กามเทพแผงศร ให้หลายๆคู่ได้สมหวัง แต่คงไม่ใช่แนน...เธอคนนี้แน่นอน
       
ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย ความแออัดและตึกสูงในเมืองหลวง...มีหมู่บ้านจัดสรรเล็กๆกำลังก่อตัวขึ้น ก่อตัวขึ้นพร้อมกับความรัก ความรักของเขาและเธอ

เธอๆ มาเล่นก่อกองทรายด้วยกันมั้ยเด็กผู้ชายตัวเล็กๆหน้าตามอมแมมกำลังนั่งเล่นบนกองทรายสูงท่วมหัว
เธอชื่ออะไร เราชื่อเอเด็กผู้ชายแนะนำตัวเองก่อน พลางกระโดดลงมาจากกองทราย
ฉันชื่อแนนเด็กผู้หญิงแนะนำตัวเองบ้างพลางค่อยๆนั่งลง ทั้งคู่ค่อยๆก่อกองทราย เด็กผู้หญิงวิ่งไปเอาน้ำมารดให้ทรายเปียกชุ่ม เด็กผู้ชายค่อยๆเอาเศษไม้เกลี่ยให้ดินทรายที่เปียกค่อยๆก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง จนได้เค้าโครงของปราสาททรายที่ต้องการ
เอ เดี๋ยวแนนประดับปราสาททรายเองนะเด็กผู้หญิงวิ่งมาพร้อมกับก้อนหินสีสวยในกำมือ วางลงข้างๆปราสาททรายที่กำลังจะอวดโฉมออกมาเป็นรูปเป็นร่าง
แนนๆ ตรงนี้เป็นห้องของแนนนะ ห้องของเจ้าหญิงงัย ส่วนตรงนี้เป็นห้องของเอ......อันนี้เป็นห้องประชุมนะเอพูดพลางชี้ไปเรื่อยๆบนปราสาททราย.....กองทรายแห่งความฝัน
เอๆ ต้องทำสวนดอกไม้ตรงนี้ด้วย เจ้าหญิงต้องมีสวนดอกไม้นะแนนพูดแย้งขึ้นพลางชี้ไปตรงด้านหน้าปราสาททราย
แนนอยากได้สวนอะไร....อยากได้ดอกไม้อะไรเอพูด เงยหน้าขึ้นมองหน้าแนนอย่างใจจดใจจ่อ
เอาดอกอะไรดี...เอ ช่วยแนนคิดหน่อยสิแนนมองหน้าเอด้วยแววตาใสซื่อ เด็กตัวเล็กๆสองคนกำลังสวมบทเจ้าหญิงและเจ้าชายกันอยู่
อืม...เจ้าหญิงต้องเหมาะกับดอกกุหลาบนะเอพูดพลางทำท่าคิด
ตกลงๆ สวนดอกกุหลาบนะ เราจะทำสวนดอกกุหลาบที่ลานหน้าปราสาทของเราแนนพูดพลางยิ้ม ค่อยๆเกลี่ยทรายให้เรียบเพื่อทำเป็นลาน....ทั้งคู่สร้างปราสาททรายแห่งความฝันของพวกเขาอยู่นาน....นานจนกระทั่ง
เอ ไปได้แล้ว พ่อเสร็จงานแล้วลูกเจ้าของโครงการบ้านจัดสรรเดินมาสะกิดลูกชายตัวเองเบาๆ
พ่อๆ ให้เอเล่นกันแนนอีกแป๊บนะลูกชายออดอ้อนพ่อของตัวเอง
หน่า ไปได้แล้ว เดี๋ยววันหลังมาเล่นใหม่ก็ได้นี่พ่อของเขานั่งยองลง อธิบายให้ลูกชายฟังพลางลูบหัวเบาๆ
ตกลงครับ เดี๋ยวให้เอบอกแนนก่อนนะเด็กผู้ชายตัวมอมแมมพูดพลางวิ่งกลับหลังไปหาเพื่อนของเขา
แนน เดี๋ยวพรุ่งนี้เอมาหานะ พรุ่งนี้เอจะเอาดอกกุหลาบมา มาทำสวนกุหลาบให้แนนนะเอพูดพลางชี้นิ้วลงตรงลานหน้าปราสาททราย
ตกลงๆ พรุ่งนี้เจอกันนะแนนยิ้มพูดพลางพยักหน้า เด็กสองคนเล่นกันช่างดูน่ารักเสียนี่กระไร
ทุกวัน เอและแนนจะมานั่งก่อปราสาททรายด้วยกัน ก่อสร้างความหวังบนมิตรภาพและความรัก ระหว่างลูกชายเจ้าของโครงการบ้านจัดสรรและลูกสาวนายช่างใหญ่

แนนๆ เมื่อวานแม่เราสอนให้เราเขียนหนังสือด้วยแหละเด็กผู้ชายเสื้อผ้ามอมแมมคลุกฝุ่นและทรายเปียกเงยหน้าขึ้นมองเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่วิ่งเข้ามา
ไหนๆ แม่ของเอสอนเขียนคำว่าอะไรแนนถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น
แม่เอสอนเขียนหลายคำ แต่เอจำได้คำเดียวเอพูดพลางทำเสียงเศร้าๆ เอคงอยากจำทุกคำมาเขียนให้แนนดู
เอจำคำไหนได้ เขียนให้แนนดูหน่อยสิแนนพูด เอค่อยๆก้มลงข้างๆกองทราย หยิบเศษไม้เล็กๆปักลงบนผืนทรายที่เพิ่งผ่านฝนเมื่อคืนแล้วตวัดเป็นจังหวะเพียงชั่วครู่ ปรากฎเป็นตัวอักขระลายเส้นบิดพลิ้ว คำว่า รัก ปรากฎบนผืนทรายราบเรียบที่เกาะตัวเหนียวด้วยหยดน้ำ เด็กตัวเล็กๆสองคนยืนมองด้วยความตื่นเต้น
อ่านว่าอะไร เอแนนพูดด้วยสีหน้าตื่นเต้นและแปลกใจ
อ่านว่า รักเอพูดกระซิบข้างหูแนนเบาๆ
เหรอ อ่านว่ารักเหรอ....สอนแนนเขียนหน่อยสิ นะๆๆๆแนนพูดพลางเกาะแขนออดอ้อนเอ
มานี่ๆ เอจะสอนเอพูดพลางหยิบเศษไม้เล็กๆให้แนนจับไว้ มือเอและมือแนนจับประสานกัน ตวัดบนกองทรายให้เกิดเป็นอักขระบิดพริ้ว
นี่ไง แนนเขียนได้แล้ว ดีใจจังเลยแนนพูดพลางหันหลังกลับไปกอดเอด้วยความดีใจ
มันแปลว่าอะไรเหรอ เอแนนยังคงสงสัยไม่หายในความหมายของมัน
เอก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่แม่บอกว่ามันมีความหมายมากนะ มากจนอธิบายไม่ได้ใช่สิ...ความหมายมันคงมากมายเกินกว่าเด็กห้าขวบจะรู้ หรือแม้แต่คนบางคนใช้เวลาทั้งชีวิต ก็ไม่อาจรู้ว่าคำว่ารักคืออะไร....
สักวัน เราจะรู้ความหมายมัน แม่เอบอกเอพูดพลางหันไปมองแนน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ยืนข้างๆตน
อืม สักวันนะแนนพูดพลางหันมายิ้มให้กับเอ ใช่ สักวันแนนและเอคงรู้ความหมายของมัน......

โอ๊ย...เจ็บเด็กผู้หญิงผมเปียพูดขึ้นพลางจับผมเปียของตัวเองด้วยสีหน้าเซ็งๆ เธอโดนเพื่อนแกล้งดึงเปียผมของเธอประจำ
ใครดึงผมเปียแนนเด็กผู้ชายนั่งข้างๆเธอหันขวับกลับไปมองแทบจะพร้อมกันกับเจ้าของผมเปีย เห็นเด็กผู้ชายวัยเดียวกันสามคนนั่งอยู่ข้างหลังหัวเราะกันคิกคักพลางชี้นิ้วมาที่แนน
ทำไมๆ ข้าดึงเอง จะทำไมหนึ่งในเด็กสามคนพูดพลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง
แกล้งผู้หญิง หน้าตัวเมียเอยืนขึ้นชี้หน้าด่า
แล้วจะทำไมเด็กทั้งสามกรูกันมายืนหน้าเอ ถีบโต๊ะเรียนกระจัดกระจายคนละทิศคนละทาง
ไม่เอาเอ อย่าไปยุ่งกับพวกนั้นแนนพูดพลางเกาะแขนเอไว้แน่น เอเอามือจับแขนแนนออกจากตัวทันที...
ปั้ง...หนึ่งหมัดปล่อยออกไป คล้ายเป็นการประกาศสงครามของคนสองกลุ่ม งสามคนกรูเข้ามารุมเอคล้ายหมาป่ากำลังรุมขยุ้มเหยื่อโต๊ะเรียนที่กระจัดกระจายข้าวของทั้งของเอและแนนตกกระจายเกลื่อนกลาดคนละทิศคนละทาง
หยุด!!เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง...มีอำนาจมากพอจะทำให้ทั้งสี่คนหยุดการตะลุมบอนกัน
พวกเธอทำอะไรกัน อันธพาลกันใหญ่แล้วนะครูประจำชั้นเข้ามาห้ามทัพหมาป่าขยุ้มเหยื่อ แม้จะห้ามทัพได้ แต่ก็ได้ปรากฎเลือดไหลซิบๆที่คิ้วและโหนกแก้มของเอ
เอ เจ็บมั้ยแนนวิ่งเข้ามาทันทีที่ครูประจำชั้นเดินออกไป
ไม่เจ็บหรอกเอพูดพลางก้มหน้าหลบสายตาแนน
ไม่เจ็บอะไร เลือดไหลใหญ่แล้ว ไปห้องพยาบาลนะ แนนจะทำแผลให้แนนพูดพลางดึงตัวเอออกจากห้องเรียนไป เลือดไหลเป็นทางลงมาจากคิ้วและโหนกแก้มเปรอะเปื้อนเสื้อนักเรียนสีขาวของเอ
โอ๊ย...เจ็บ อย่าจับสิเอพูดโพล่งขึ้นขณะที่แนนกำลังกดดูความลึกของบาดแผล...แต่แนนกลับยิ้มออก
โอ๊ย แสบเอโอดครวญด้วยความเจ็บปวดทันทีเมื่อแนนค่อยๆกดสำลีชุบแอลกอฮอลงบนแผลของเอ
แสบก็ทนสิ อยากหาเรื่องเค้านี่นาแนนพูดพลางยิ้ม ค่อยๆเช็ดแผลบนใบหน้าของเอช้าๆอย่างระมัดระวัง
ทุกครั้งที่มีคนแกล้งแนน เอจะยืดอกปกป้องแนนเสมอ แม้จะต้องเจ็บตัวหรือตกอยู่ในภาวะเป็นรองก็ตามที....

แนนๆ แฮปปี้วาเลนไทน์นะชายหนุ่มวัยรุ่นแต่งตัวภูมิฐานพูดห้วนๆพลางยืนกุหลาบแดงให้กับมือหญิงสาว
อีตาบ๊อง อย่ามาทำหวานใส่ฉันหน่าแนนพูดกวนๆพลางยิ้ม เอได้แต่ยืนม้วนด้วยความอาย
อ้าว ก็วันนี้วันวาเลนไทน์ ทำหวานให้เจ้าหญิงของตัวเองสักหน่อยจะเป็นอะไรไปเอพูดพลางยิ้ม ทำไมหนุ่มวัยรุ่นเวลาอายนี่ดูตลกดีแท้ ทั้งมือทั้งแขนแทบจะไม่มีที่เก็บ สงสัยถ้าแทรกแผ่นดินหนีได้คงหนีหายไปแล้ว
หวานกับเค้าก็เป็นเหรอ เดี๋ยวนี้พัฒนาขึ้นนะแนนพูดพลางยื่นมือไปหยิกจมูกเอด้วยความเขิน เอยังคงพยายามสำรวมอาการเขินอยู่
เอรักแนนนะเอพูดพลางจับมือแนนขึ้นมาเขียนรูปหัวใจไว้ที่ฝ่ามือ ตอนนี้แนนเริ่มหน้าแดงขึ้นบ้างแล้ว แต่ยังพยายามกลบเกลื่อนสีหน้าตัวเอง
เหรอ....เขียนคำว่ารักตรงนี้ ดูไม่ซึ้งเลยแนนพยายามบ่ายเบี่ยง ไม่เลิกแหย่เอ
เดี๋ยวสักวัน เอจะเขียนไว้ตรงหัวใจแนนเลยนะเอพูดประหม่า มองหน้าแนนพลางเอื้อมมือดึงตัวแนนเข้ามา

โอบกอดไว้แน่น....สักวัน เอจะเขียนคำว่ารักไว้ในหัวใจแนนเลย.....
ใต้ต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศร่มรื่น มีโต๊ะหินอ่อนวางเรียงรายเป็นแนว มีนักศึกษาจับกลุ่ม บ้างคุยกัน

บ้างอ่านหนังสือ บ้างหยอกล้อกินขนมกัน...

เอ เย็นนี้แนนไปทำวิทยานิพนธ์กับเพื่อนนะแนนพูดพลางเก็บหนังสือ
ไปทำวิทยานิพนธ์กับใครเอเงยหน้าขึ้นมองแนนทันที
ไปกับกิ๊ฟกับฝนหนะ นะๆๆๆแนนพูดพลางเดินไปนั่งข้างๆเอ เขย่าแขนเหมือนเด็กอ้อนวอนผู้ใหญ่
ให้เอไปส่งมั้ย เอว่างนะเอพูดพลางยิ้ม ลูบผมแนนเบาๆ
ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฝนเอารถมาแนนพูดพลางซบหน้าลงบนบ่าของเอ
นี่ แล้วกินข้าวเสร็จแล้วอย่าลืมกินยาล่ะ เข้าใจมั้ย กลับถึงบ้านก็อย่าลืมโทรมาบอกด้วยเอพูดพลางจ้องหน้า

แนนด้วยสีหน้าจริงจัง
ค่ะ หัวหน้า สั่งจริงๆเลยแนนพูดพลางยิ้ม เอามือหยิกจมูกเอด้วยความเขิน
กิ๊ฟๆ แฟนแกเป็นงัยบ้างฝนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในรถ ขณะที่ตนอยู่หลังพวงมาลัย
ปวดหัวสุดๆ เจ้าชู้เป็นบ้าเลยกิ๊ฟพูดปัดๆคล้ายกับไม่ค่อยพอใจในแฟนตัวเองนัก
ทำไมไม่เลิกๆไปสิ จะได้ไม่กลุ้มฝนเสนอความเห็น มองหน้ากิ๊ฟผ่านกระจกมองหลัง
หน่า....ให้โอกาสสักครั้งกิ๊ฟพูดพลางซบหน้าลงที่กระจกหันหน้ามองออกนอกรถด้วยอาการเอือมระอา
โอกาสสักครั้ง รอบที่ล้านเสียงหัวเราะดังขึ้นเกือบพร้อมกันทั้งรถ
แล้วแนนล่ะ แหม...เจ้าชายเธอเอาใจเธอดีนะฝนพูดขึ้นพลางหันไปมองแนนซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ
โอ๊ย รายนั้นไม่รู้กี่ปีแล้ว ยังจับไม่ได้สักทีว่ามีกิ๊กเก็บไว้ที่ไหนแนนพูดยิ้มพลางหันไปมองหน้าฝน
แปลได้สองอย่าง...ถ้าแฟนเธอไม่รักเธอคนเดียว เค้าก็เก่งมากที่หลอกเธอมานานหลายปีเสียงหัวเราะดังขึ้นแทบจะพร้อมกันทั่วรถ
เอี๊ยยดดด.....เสียงเบรกลากล้อดังยาวจากด้านข้างตัวรถ คนทั้งรถหันไปมองแทบจะพร้อมกัน รถบรรทุกฝ่าไฟแดงพุ่งเข้าชนรถเก๋งของฝนอย่างจัง แรงอัดทำให้กระจกทุกบานแตกละเอียด ห้องโดยสารด้านหน้าฝั่งคนนั่งยุบเข้ามาอย่างเห็นได้ชัด....ร่างไร้สติของแนนยังคงสงบนิ่งติดอยู่ในรถเก๋งขนาดสองตอน มัจจุราชอาจฉุดวิญญาณเธอออกจากร่างได้ทุกเมื่อ


แนนๆเสียงกระซิบเบาๆดังข้างหู ทำให้แนนค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมา
อยู่ไหน....โอ๊ย เจ็บแนนค่อยๆอ้าปากพูด แต่ไม่ชัดนัก เฝือกขาวถูกแต่งแต้มถามร่างกายของแนนคล้ายกับ

เป็นเครื่องประดับ
ใจเย็นๆ แนน เธอสลบไปสองเดือน” .....สองเดือน สองเดือน แนนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง....ฝนค่อยๆอธิบายเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แนนฟัง.....
แล้ว สรุปว่าฉันเจ็บคนเดียวใช่มั้ยแนนพยายามพูด เสียงพูดของแนนแทบจะไม่ได้ยิน
อืม...ฝนพยักหน้าเบาๆ กำมือแนนไว้นิ่งๆ
เอ ล่ะ เออยู่ไหนแนนเพิ่งนึกขึ้นได้ แฟนเธออยู่ไหน
เอมาหาเธอครั้งเดียว วันแรกที่ชน แล้วหายไปเลยฝนพูดพลางลูบหัวแนนเบาๆ
ไม่เป็นไรนะ ไม่มีเอ เราก็อยู่กันได้ จริงมั้ยเพื่อนฝนพยายามพูดปลอบใจแนน
อืม...น้ำตาค่อยๆกลั่นตัวหยดลงมาจากนัยน์ตาของแนน คำพูดของฝนตอนคุยกันในรถคงจะเป็นความจริง....เขาเก่งมากจริงๆ เก่งมากที่หลอกแนนมาหลายปี เก่งมากที่หลอกว่ามีแนนคนเดียว.....ทำไมผู้ชายทั้งโลกถึงนิสัยเหมือนกันหมดเลย เสียดายเวลาที่อยู่ด้วยกัน เสียดายความรักที่มอบให้.....เสียดาย เสียดาย เสียดาย


คุณแนน ค่อยๆก้าวนะครับ ช้าๆบุรุษพยาบาลพยายามพยุงแนนขึ้นเดิน แนนยังคงไม่หายเจ็บดี ยังคงต้องทำการกายภาพบำบัดอีก
ระวังล้มนะครับ จับผมไว้ดีๆบุรุษพยาบาลเดินช้าๆเพื่อให้แนนเกาะแขนเดินตามช้าๆ.....ทำไมบุรุษพยาบาลถึงไม่ใช่เอนะ....ทำไม ทำไม ทำไม
คุณบุรุษพยาบาลค่ะ นี่ฉันสลบไปนานถึงขั้นต้องกายภาพบำบัดกันเลยเหรอแนนถามด้วยความสงสัย
โห คุณไม่ได้เดินสามเดือนนี่ มันนานนะครับบุรุษพยาบาลตอบด้วยความสุภาพ
จะว่าอะไรมั้ยค่ะ ถ้าจะถามชื่อเล่น คือถ้าเรียกว่าคุณบุรุษพยาบาล เกรงว่ามันจะยาวไปแนนพูดพลางยิ้ม
ผมชื่อ กอล์ฟ ครับบุรุษพยาบาลตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม น้ำเสียงเรียบๆ
นับจากวันนั้น แนนและกอล์ฟเริ่มสนิทกัน ทุกเย็นกอล์ฟจะพาแนนออกไปทำกายภาพบำบัด ไม่นานแนนก็สามารถเดินเองได้และออกจากโรงพยาบาลในที่สุด....
คุณแนนค่ะ น้ำดื่มค่ะพยาบาลชุดขาวเดินถือแก้วน้ำมาวางข้างๆเธอ ขณะเธอนั่งรอกอล์ฟที่ล็อบบี้ของโรงพยาบาล เธอได้แต่พยักหน้าและยิ้มให้ด้วยไมตรี
กอล์ฟๆ ไปกินข้าวกันแนนพูดทันทีที่เห็นกอล์ฟเดินออกมา มีพยาบาลหลายคนยกมือไหว้แนน แนนก็ได้แต่รับไหว้ด้วยสีหน้างงเล็กน้อย
ไปสิครับกอล์ฟพูดพลางค้อมตัวลงผายมือไปที่ห้องอาหารของทางโรงพยาบาล ดูกอล์ฟค่อนข้างสุภาพและให้เกียรติแนนมาก....มากจนน่าแปลกใจ ท่าทางโรงพยาบาลนี้จะเข้มงวดเรื่องมารยาทกับพยาบาลมาก แนนและกอล์ฟสนิทกันขึ้นเรื่อยๆ....จนบางครั้งแนนก็อยากให้กอล์ฟมาแทนที่เอ
บ่อยครั้งที่แนนคิดถึงเอ เอก็ไม่โทรมา

บ่อยครั้งที่แนนอยากคุยกับเอ เอก็ไม่ติดต่อมา
บ่อยครั้งที่แนนนั่งเหงา อยากให้เอนั่งเป็นเพื่อน แต่เอก็ไม่ปรากฎตัว
เอ....เอ....เอ เอหายไปไหน
ไหนล่ะ หัวใจที่เอบอกว่าจะให้แนน
ไหนล่ะ หัวใจที่เอเคยเขียนไว้บนฝ่ามือแนน
มันคงหายไปแล้ว....หายไปพร้อมกับเอ
หายไปพร้อมกับผู้ชายโกหก....ผู้ชายเจ้าชู้
ทำไมผู้ชายเหมือนกันทั้งโลก.....ทำไม ทำไม ทำไม
ใกล้วาเลนไทน์เข้าไปทุกที ปีนี้ไม่เหมือนกับปีก่อนๆไม่มีเอคอยให้ดอกกุหลาบแดง ไม่มีอีตาบ๊องทำท่าเขินอายให้ดู


แนนๆ วาเลนไทน์ปีนี้ ว่างหรือเปล่าครับเสียงกอล์ฟดังตามสายโทรศัพท์
ว่างค่ะ ทำไมค่ะแนนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
พอดีผมมีของจะให้แนนนะครับ เดี๋ยววันวาเลนไทน์บ่ายสามโมงเจอกันที่สยามนะครับกอล์ฟเสนอความเห็น
ตกลงค่ะแนนพูดพลางกดวางสาย สีหน้าแววตาเปี่ยมด้วยความหวัง....หวังว่ากอล์ฟคงจะมาแทนที่เอได้เสียที
วันวาเลนไทน์ วันที่กุหลาบแดงบานสะพรั่งพร้อมกันทั่วโลก แม้ในลานที่สยามหรือที่วัยรุ่นเรียกกันสั้นๆว่า เซนเตอร์พอยต์ยังถูกละเลงด้วยดอกกุหลาบสีแดงนักเรียน นักศึกษาต่างถือกุหลาบแดงในมือเดินกันขวักไขว่ทั่วลาน
ขอโทษค่ะ มาสายแนนพูดพลางยิ้มก่อนดึงเก้าอี้ออกมานั่ง
ไม่เป็นอะไรครับกอล์ฟพูดพลางยิ้ม
อืม...ว่าแต่มีอะไรจะให้แนนเหรอแนนพูดพลางจ้องตากอล์ฟ...หากกอล์ฟมีพิรุธ แนนจะจับได้ทันที
อันนี้ของแนนนะครับดอกกุหลาบสีแดงถูกดึงออกมาจากถุงอย่างช้าๆ วางลงบนโต๊ะอย่างนิ่มนวล
หมายความว่ายังไงค่ะ จะขอหัวใจแนนเหรอแนนพูดติดตลกพลางยิ้ม เธอคิดว่าเธออ่านเกมส์ออกหมด
ผมคงไม่กล้าขอหัวใจแนนหรอกกอล์ฟพูดพลางยิ้ม แต่กลับทำให้แนนงง
อ้าว...แล้วกุหลาบสีแดงนี่...ไม่ทันแนนจะพูดจบ กอล์ฟต่อคำพูดของเขาทันที
ผมไม่กล้าขอหัวใจแนนหรอกครับ เพราะหัวใจของแนนไม่ใช่ของแนนปั้ง...เหมือนมีแผ่นเหล็กหนาหลายฟุตทุบลงกลางศีรษะ แนนเริ่มงงกับความหมายขึ้นไปทุกที...มันแปลว่าอะไร???
หัวใจของคุณ คือเจ้าของกุหลาบดอกนี้กอล์ฟพูดต่อ....แนนทำหน้างงๆไม่เข้าใจความหมายแม้แต่นิดเดียว
ตอนคุณประสบอุบัติเหตุเข้ามาที่โรงพยาบาล คุณเสียเลือดมาก...หัวใจคุณเต้นอ่อนจนแทบจะล้มเหลว พวกผมและหมอพยายามเยียวยาจนถึงที่สุดกอล์ฟเริ่มอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น.....เรื่องที่แนนไม่เคยรู้
มีผู้ชายคนนึง วิ่งเข้ามาบอกว่าเป็นแฟนคุณ เขาบอกให้ช่วยคุณให้ได้ เสียเงินเท่าไหร่ไม่ว่า...เขายอมจ่ายไม่อั้น ไม่ว่าทางเราจะขออะไร เขาจะจัดหาให้หมด.....คำพูดของเขาทำให้ผมประทับใจมากกอล์ฟหยุดพูดชั่วครู่...แนนรู้ทันทีว่ากอล์ฟหมายถึงเอ

ผมยอมแลกทุกอย่างกับชีวิตเธอ - เขายอมแลกทุกอย่างกับชีวิตคุณ กอล์ฟพูดพลางจ้องหน้าแนนนิ่ง แต่แนนยังคงทำสีหน้างงอยู่
เขายอมทุกอย่างจริงๆ ทีแรกหมอบอกว่าทางเราหาเลือดไม่พอให้คุณ เขาวิ่งตามหาเลือดให้คุณไปทั่วทุกโรงพยาบาล แต่กลับไม่พบว่ามีเลือดถุงไหนที่ตรงกับเลือดคุณกอล์ฟพูดด้วยน้ำเสียงปกติ สายตามองไร้จุดหมาย
สุดท้ายเราตรวจเลือดของเขา พบว่าตรงกับของคุณพอดี เขาบอกให้ทางเราเอาไป เอาไปให้คุณ....ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะเป็นอย่างไร ขอแค่คุณปลอดภัยก็พอกอล์ฟหยุดพูดชั่วครู่พยายามกลั้นน้ำตา....แต่นัยน์ตาแนนเริ่มเจิ่งนองไปด้วยน้ำใสๆ
ต่อมา...ตอนพวกผมถ่ายเลือดให้คุณ หัวใจคุณเต้นอ่อนลงเรื่อยๆ จนหมอต้องเดินออกไปบอกให้เขาทำใจ.....ทำใจว่าเขาจะต้องเสียคุณกอล์ฟพยายามเล่าต่อไปเรื่อยๆด้วยน้ำเสียงปกติ นัยน์ตาแนนเริ่มแดงก่ำ
เขาถามหมอว่า เธอต้องการอะไร.....ใช่ เอถามหมอว่าแนนต้องการอะไร
เธอต้องการ หัวใจครับ หัวใจเธอเต้นไม่ปกติ การสูบฉีดล้มเหลว เราหาเลือดให้เธอช้าไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่เธอต้องการคือ หัวใจหมอหวังว่าเอคงจะเลิกหวังในตัวแนน...หยุดเล่นเกมกับมัจจุราชเสียที
ตกลง ผมหาให้ เขาตอบสั้นๆโดยไม่ลังเลเลยตกลงผมหาให้....เอจะหาหัวใจให้แนน ทั้งๆที่รู้ว่าคงเป็นไปไม่ได้...เขาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวเพื่อจะทำให้เธอ
คุณรู้มั้ย ว่าคำพูดของเขาทำให้ผมและหมออึ้งกันไปหมด โรงพยาบาลยังหาหัวใจให้คุณไม่ได้ เขาจะมีปัญญาที่ไหนหาหัวใจให้คุณได้กอล์ฟพูดพลางพยายามหลบสายตาแนน....ตอนนี้กอล์ฟเริ่มกลั้นน้ำตาไม่อยู่แล้ว
เขาถามเลขบัญชีของโรงพยาบาลกับหมอ....เขาไม่ได้โอนเงินมาซื้อหัวใจเทียมให้คุณ แต่เขาโอนมาตั้งมูลนิธิการกุศลให้โรงพยาบาล มูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วยด้านหัวใจเทียมนานาคุณดูดีๆ คำว่า แนน และ เอ ถ้าเขียนติดกัน มันคือ นานานี่คือความปรารถนาสุดท้ายของเขา เขาอยากให้ตัวเขาเองเป็นคนสุดท้ายที่ไม่ได้อยู่กับคนที่เขารัก...เพราะไม่มีหัวใจเทียมสำรองเปี้ยง....แนนโดนสะกิดต่อมความจำเข้าเต็มเปา...เธอเคยเห็นป้ายมูลนิธิขึ้นหราที่โรงพยาบาล แต่เธอไม่เคยเฉลียวใจสักนิด...มิน่า ทำไมหมอและพยาบาลต้องให้เกียรติและดูแลเธอดีเสียจนน่าแปลกใจ ทั้งๆที่เธอไม่มีส่วนได้เสียกับโรงพยาบาลแม้แต่บาทเดียว

 ทันทีที่มีการยืนยันว่าเงินเข้าบัญชีทางโรงพยาบาล เขาก็ยิงตัวตายในห้องน้ำโรงพยาบาลครับ ทิ้งโน้ตไว้ว่า มอบหัวใจให้เธอ - เขามอบหัวใจของเขาให้คุณ ทันทีที่กอล์ฟพูดจบ แนนปล่อยโฮออกมาเหมือนไม่มีใครอยู่ข้างๆ โต๊ะรอบข้างหันมามองแนนเป็นตาเดียว....เอคือเจ้าของหัวใจ หัวใจที่อยู่ในร่างของแนน
เขายอมแลกทุกอย่างกับคุณจริงๆกอล์ฟพูดพลางวางของทั้งหมดที่เอเคยฝากไว้กับทางโรงพยาบาลคืนให้กับแนน มีทั้งเครื่องเล่นเทป ม้วนเทป จดหมาย.....
ผมคงไม่กล้าขอหัวใจคุณหรอก หัวใจคุณเป็นของเขา หัวใจเขาเป็นของคุณใช่ หัวใจเอเป็นของแนน เป็นของแนนจริงๆ...ตอนนี้หัวใจแนนตายไปเรียบร้อยแล้ว ตายไปพร้อมกับเอตายไปพร้อมกับผู้ชายที่ยอมทุกอย่างเพื่อเธอ
กุหลาบดอกนี้ เขาบอกผมก่อนไปเข้าห้องน้ำว่า...วาเลนไทน์ที่จะถึง รบกวนซื้อกุหลาบสีแดงให้คุณสักดอก ขอแค่ดอกเดียวก็พอ...เป็นคำขอร้องครั้งสุดท้ายของเขากอล์ฟพูดพลางเช็ดน้ำตา นั่งนิ่งๆสักพักก่อนลุกจากโต๊ะไป....ทิ้งแนนนั่งนิ่งอยู่เพียงลำพัง

เอรักแนนนะ” “เอรักแนนนะ” “เอรักแนนนะคำพูดซ้ำๆดังมาจากเครื่องเล่นเทป เป็นคำพูดเดียวกันที่พูดกันซ้ำโดยไม่มีการตัดต่อทั้งเทป.....เทป 120 นาทีโดยมีเพลงประกอบเบาๆ แนนค่อยๆคลี่จดหมายออกอ่าน....จดหมายที่มีเนื้อความเพียงบรรทัดเดียว

หัวใจเอ...เขียนคำว่ารักไว้ เขียนให้แนนคนเดียว          

June 16

ประวัติศาสตร์ศิลปะ

ประวัติศาสตร์ศิลป์ยุคก่อนระวัติศาสตร์

 

     งานศิลปะได้เริ่มมีการสร้างกันมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ ยุคหินเก่าตอนปลาย ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาประมาณ 30,000-10,000 ปีมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 15,000- 10,000 มานั้น มนุษย์ได้เขียนภาพสี และขูดขีดบนผนังถ้ำและเพิงผา เป็นภาพสัตว์ การล่า สัตว์และภาพลวดลายเรขาคณิต โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงออกเกี่ยวกับวิถีชีวิตประจำวัน และแสดงความสามารถในการล่าสัตว์ ภาพเหล่านี้มักระบายด้วยถ่านไม้ และสีที่ผสมกับ ไขมันสัตว์ พบได้ทั่วไปในประเทศฝรั่งเศส และภาคเหนือของสเปน ที่มีชื่อเสียงมากได้แก่ ถ้ำลาสโกซ์ในฝรั่งเศส ถ้ำอัลตามิราในสเปน งานศิลปะในยุคเก่าไม่มีเพียงแต่การเขียน ภาพเท่านั้น ยังมีการปั้นรูปด้วยดินเหนียว หรือแกะสลักบนกระดูก เขาสัตว์ และงาช้าง ด้วย เรื่องราวที่นิยมทำกันได้แก่เรื่อง การล่าสัตว์ หรือบางก็มีรูปคน เป็นรูปสตรี ซึ่งอาจมี ความหมายถึง การให้กำเนิดเป็นการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับชนเผ่า

 ศิลปะโรมัน (พ.ศ.340 - พ.ศ.870)

แบบอย่างศิลปะโรมันปรากฎลักษณะชัดเจนในช่วงพุทธศตวรรษที่ 4 เรื่อยมา จนกระทั่งประมาณ พ.ศ.1040 โดยในช่วงเวลาหลังได้เปลี่ยนสาระเรื่องราวใหม่ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ สืบต่อมาเป็นเวลาอีกนานมาก จนกระทั่งเมื่อ กรุงคอนสะแตนติโนเปิลได้กลายเป็นเมืองหลวงใหม่ของจักรวรรดิโรมัน ในปี พ.ศ.870 ทำให้สมัยแห่งโรมันต้องสิ้นสุดลง แหล่งอารยธรรมสำคัญของโรมัน คือ อารยธรรมกรีกและอีทรัสกัน

จิตรกรรมของโรมัน อาศัยจากการค้นคว้าข้อมูลจากเมืองปอมเปอี สตาบิเอ และ เฮอร์คิวเลนุม ซึ่งถูกถล่มทับด้วยลาวาจากภูเขาไฟวิสุเวียส เมื่อ พ.ศ. 622 และถูก ขุดค้นพบในสมัยปัจจุบัน จิตรกรรมผาฝนังประกอบด้วยแผงรูปสี่เหลี่ยผืนผ้า ซึ่ง มักเลียนแบบหินอ่อน เป็นภาพทิวทัศน์ ภาพคน และภาพเกี่ยวกับสถาปัตยกรรม มีการใช้แสงเงา และกายวิภาคของมนุษย์ชัดเจน เขียนด้วยสีฝุ่นผสมกับกาวน้ำปูน และสีขี้ฝึ้งร้อน นอกจากการวาดภาพ ยังมีภาพประดับด้วยเศษหินสี (Mosaic) ซึ่งใช้กันอย่างกว้างขวาง ทั้งบนพื้นและผนังอาคาร

ประติมากรรมของโรมันรับอิทธิพลมากจากชาวอีทรัสกันและกรีกยุคเฮเลนิสติก แสดงถึงลักษณะที่ถูกต้องทางกายภาพ เป็นแบบอุดมคติที่เรียบง่าย แต่ดูเข้มแข็ง มาก ประติมากรรมอีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมคือประติมากรรมรูปนูนเรื่องเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ มีรายละเอียดของเรื่องราว เหตุการณ์ถูกต้อง ชัดเจน ประติมากรรม โรมันในยุคหลัง ๆ เริ่มเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพิธีกรรมทางศาสนามากเป็นพิเศษ วัสดุที่ใช้สร้างประติมากรรมของโรมันมักสร้างขึ้นจาก ขี้ผึ้ง ดินเผา หิน และสำริด

สถาปัตยกรรมโรมัน ได้แก่อาคารต่าง ๆ ส่วนมากเป็นรูปทรงพื้นฐาน วัสดุที่ใช้ สร้างอาคารได้แก่ ไม้ อิฐ ดินเผา หิน ปูน และคอนกรีต ซึ่งชาวโรมันเป็นชาติแรก ที่ใช้คอนกรีตอย่างกว้างขวาง และพัฒนารูปแบบออกจากระบบเสาและคาน ไป สู่ระบบโครงสร้างวงโค้ง หลังคาทรงโค้ง หลังคาทรงกลม และหลังคาทรงโค้ง กากบาท มีการนำสถาปัตยกรรมที่สำคัญของกรีกทั้ง 3 แบบ มาเปลี่ยนแปลงและ ปรับปรุงให้วิจิตรบรรจงขึ้นชาวกรีกใช้เสาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง แต่ชาว โรมันมักจะเพิ่มการตกแต่งลงไป โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ทางโครงสร้างเท่าไร นัก ลำเสาของกรีกจะเป็นท่อน ๆ นำมาวางซ้อนต่อกันขึ้นไป แต่เสาของโรมันจะ เป็นเสาหินท่อนเดียวตลอด รูปแบบอนุสาวรีย์ที่พบมากของโรมันคือ ประตูชัย เป็นสิ่งก่อสร้างตั้งอิสระประดับตกแต่งด้วยคำจารึก และรูปนูนบรรยายเหตุการณ์ ที่เป็นอนุสรณ์ สถาปัตยกรรมที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของโรมัน คือสะพานส่งน้ำ ซึ่ง ใช้เป็นทางส่งน้ำจากภูเขา มาสู่เมืองต่าง ๆ ของชาวโรมันเป็นสิ่งก่อสร้างที่แสดง ถึงความก้าวหน้าทางวิศวกรรมของโรมันอย่างเห็นได้ชัด

สถาปัตกรรมโรมัน ในช่วง พ.ศ. 600 - 873 ได้สะท้อนให้เห็นความมั่งคั่งและ อำนาจของจักรวรรดิโรมัน อาคารสถาปัตยกรรมมีขนาดกว้างใหญ่ และมีการตก แต่งอย่างฟุ่มเฟือย มีการควบคุมทำเลที่ตั้ง การจัดภูมิทัศน์อย่างพิถีพิถัน มีการ สร้างลานชุมนุมชาวเมือง โรงมหรสพหรือสนามกีฬา โรงอาบน้ำสาธารณะ และ อาคารที่พักอาศัยต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ภายในอาคารมักประดับด้วยหินอ่อน หินสี และประติมากรรมแกะสลักตกแต่งอย่างสวยงาม

ศิลปะคริสเตียนยุคแรก (พ.ศ.640 - 1040)
และศิลปะไบเซนไทน์ (พ.ศ.1040 - 1996)

        ศิลปะคริสเตียนในยุคแรกรับอิทธิพลมาจากศิลปะโรมัน อาคารในสมัยแรก จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผู้ถูกฆ่าเรื่องศาสนา วิหารพิธีเจิมน้ำ ผนังภายนอก อาคารจะถูกปล่อยไว้เรียบๆ ทื่อๆ ผนังภายในอาคารจะประดับด้วยเศษหินสี แวววาว ส่วนต่างๆ ของอาคารเช่น เสารายแบบโรมัน เสาก่ออิฐ หลังคาทรงโค้ง แผนผังอาคารมี 2 แบบ คือ แบบชนิดตามยาว และแบบชนิดศูนย์กลาง ซึ่งมีราก ฐานมาจากสถาปัตยกรรมโรมัน อาคารที่มีแนวยาวเหมาะสำหรับขบวนพิธีการ ที่สง่างาม อาคารชนิดมีศูนย์กลาง สำหรับเป็นสถูปสถานของนักบุญคนสำคัญ แต่ต่อมานิยมสร้างโบสถ์แบบมีศูนย์กลางกันมาก อาคารแบบมีศูนย์กลางอาจมี หลายรูปทรง เช่น ทำเป็นรูปทรงไม้กางเขนกรีก อยู่ภายในรูปจัตุรัส หรือไม่ก็รูป วงกลม โบสถ์ที่มีผังชนิดมีศูนย์กลางมักทำหลังคาทรงโค้ง หรือทรงกลมด้วย อิฐหรือหิน อาคารทรงเรือนโถงขนาดใหญ่มักทำเครื่องบนหลังคาด้วยไม้ท่อน

จิตรกรรมมีทำบนฝาผนังและแผงไม้ ตลอดจนทำเป็นภาพประกอบเรื่องใน หนังสือ เขียนด้วยสีฝุ่น สีขี้ผึ้งร้อน และสีปูนเปียกอย่างแห้ง แสดงรูปคนกำลัง สวดมนต์ และภาพปาฏิหารย์ตอนสำคัญของพระผู้เป็นเจ้าที่นำมาจากพระคัมภีร์ เก่าและใหม่ หนังสือในสมัยแรก ๆ ทำมาจากหนังสัตว์และเป็นหนังสือม้วน ภาพประกอบเรื่องในหนังสือแสดงให้เห็นความเป็นธรรมชาติ โดยแก้ไขให้ เป็นเชิงสัญลักษณ์มากกว่าจะเป็นธรรมชาติแท้ๆ ลักษณะของภาพเป็นรูปแบน และเป็นการใช้สีอย่างประหลาด ๆ

งานประติมากรรมในยุคคริสเตียนถูกลดความสำคัญ อันเนื่องมากจากบท บัญญัติในพระคัมภีร์ เกี่ยวกับรูปเคารพบูชา ประติมากรรมมักจำกัดอยู่กับงาน ขนาดเล็กๆ ได้แก่ งานแกะสลักรูปคนบนโลงศพ ถ้วยและจานโลหะ งานแกะ สลักงาช้าง โกศบรรจุธาตุศักดิ์สิทธิ์ คำว่า "ไบเซนไทน์ " เรียกตามชื่อ จักรวรรดิไบเซนไทน์ ที่มีกรุงคอนสแตนติ โนเปิล เป็นเมืองหลวง (ปัจจุบันคือกรุงอิสตันบูลเมืองหลวงของประเทศตุรกี) ลักษณะศิลปะไบเซนไทน์ มีลักษณะคาบเกี่ยวกับศิลปะคริสเตียนอยู่มาก และยัง มีสืบเนื่องกันต่อมาเป็นเวลาอีกยาวนาน โดยมีลักษณะศิลปะแบบตะวันออกมา ผสมผสานอยู่ด้วย

ในการพัฒนาหรือเลือกใช้ภาชนะบรรจุสำหรับสินค้าชนิดหนึ่งๆ นั้น จำเป็นต้องมีการออกแบบภาชนะบรรจุให้ถูกต้อง กล่าวคือต้องมีความ สอดคล้องกับสินค้า สภาพการขนส่ง และการตลาด การออกแบบดังกล่าวสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกได้แก่ การออกแบบด้าน โครงสร้าง (structural design) หมายถึงเทคนิคในการเลือกใช้ชนิดของวัสดุ การกำหนดขนาด รูปแบบ วิธีการบรรจุ และส่วนประกอบต่างๆ เพื่อให้ภาชนะบรรจุนั้นสามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ประเภท ที่สองเรียกว่า การออกแบบด้านกราฟฟิก (graphic design หรือ visual design) หมายถึงการออกแบบที่ให้ผลต่อการส่งเสริมการขาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับคุณภาพของการพิมพ์ การตบแต่งด้านสีสัน รูปภาพ รูปร่าง เพื่อให้ภาชนะบรรจุนั้นมีความสวยงาม รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้านั้นได้ด้วย

ศิลปะสมัยใหม่ New age Art         
      ศิลปะสมัยใหม่ ตั้งแต่ กลาง พ.ศ.2300 เป็นต้นมาเป็นงานที่มีลักษณะเป็นสากล และเป็นแบบอย่างของแต่ละคน มากว่าที่จะเป็นแบบอย่างศิลปะแห่งแคว้น ซึ่งเป็น แบบที่มีความแตกต่างกันจนยากที่จะกล่าวอย่างผิวเผินได้ วัสดุและเทคนิคใหม่ ๆ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งผลผลิตของเครื่องจักรกล ได้สะท้อนไปสู่งานศิลปะทำให้รูปแบบของศิลปะมีความหลายหลายมากยิ่งขึ้น ใน ขณะเดียวกัน ความรู้ทางด้านจิตวิทยาและวิชาฟิสิกส์ได้จัดแจงรูปแบบความคิดของ ศิลปินที่มีต่อมนุษย์ และโลกทางกายภาพขึ้นใหม่ อย่างไรก็ตามปรากฏการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ไม่สามารถที่จะอธิบายให้เข้าใจอย่างง่าย ๆ ได้ แม้ว่าแนวโน้มศิลปะหลาย ๆ แบบในสมัยพุทธศตวรรษที่ 25จะได้พยายามลดคุณค่าแบบอย่างศิลปะส่วนตนไป บ้าง แต่แนวโน้มที่แพร่หลายไปนี้ก็เน้นหนักที่ความคิดริเริ่มเป็นสำคัญ ลักษณะ สำคัญของงานศิลปะสมัยใหม่ จึงเป็นปฏิกิริยาที่ศิลปินแต่ละคนแสดงออกต่อโลก รอบตัว การค้นหาอาณาจักรความฝันเฟื่องของแต่ละคน การสร้างโลกทัศน์ใหม่ ของตัวเองจากวัสดุ และเทคนิควิธีการที่แปลกใหม่ ไปจากเดิม เหล่านี้เป็นลักษณะ สำคัญของงานจิตรกรรม ประติมากรรมแห่งพุทธศตวรรษที่ 25แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีความสนใจในศิลปะวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม และได้รับอิทธิพลจากศิลปะใน แบบดั้งเดิมอีกด้วย

     สรุปแล้ว งานศิลปะสมัยใหม่ เป็นรูปแบบเฉพาะของศิลปินแต่ละคน เน้นความ เป็นตัวของตัวเองของศิลปินแต่ละกลุ่มซึ่งมีมากมายหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มก็มีแนวคิด เทคนิค วิธีการที่แตกต่างกันออกไปอย่างหลากหลาย บ้างก็สะท้อนสภาพสังคม บ้างก็แสดงมุมมองบางอย่างที่แตกต่างออกไป บ้างก็แสดงภาวะทางจิตของศิลปิน และกลุ่มชน บ้างก็แสดงความประทับใจในความงามตามธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้มีการนำเอาวัสดุอุปกรณ์แบบใหม่ ๆรวมถึงเครื่องจักรกลเข้ามาใช้ในการสร้าง สรรค์งานมากขึ้น การบริโภค หรือการสนับสนุนงานศิลปะ ไม่จำกัดอยู่ที่ชนชั้นสูง ขุนนาง หรือผู้ร่ำรวยเท่านั้น แต่ยังตอบสนองต่อประชาชนทั่วไปอีกด้วย ไม่เพียงแต่ รูปแบบที่หลากหลายทางศิลปะเท่านั้นที่เกิดขึ้น รูปแบบศิลปะสมัยดั้งเดิมก็ยังได้รับ ความนิยม และสืบทอดต่อกันมาจนถึงสมัยปัจจุบันด้วย

May 26

ฉันเคยคิดว่าคุณรักฉัน แต่ฉันคิดผิด!

 

 
ฉันเคยอยู่ในฐานะของผู้เลือก แต่แล้ววันนั้นเมื่อคุณเข้ามาในชีวิต
คุณทำให้ฉันกลายเป็นผู้ถูกเลือก เหนื่อยจัง กับการถูกให้ความหวัง

ฉันเคยคิดว่า . . .
การที่มีคุณโทรหาฉันทุกวัน คุยกันนานๆ . . .
การที่คุณคอยมารับ- ส่งที่บ้านเกือบทุกวัน . . .
การที่คุณพูดคำพูดที่เป็นความห่วงใย สม่ำเสมอเนิ่นนาน . . .
การที่คุณบอกว่าหวง เมื่อฉันไปยุ่งกับคนอื่น . . .
การที่คุณบอกเล่าทุกอย่างที่มีในใจ ทั้งดี-ไม่ดี เปิดใจกับฉัน . . .
การที่คุณน้อยใจเวลาที่ฉันแกล้งละเลยไม่สนใจ . . .
การที่คุณคอยอยู่ข้างๆ . . . ตราบเท่าที่ฉันต้องการ . . .

ฉันเคยคิดว่า . . .
การที่คุณอดนอนเพื่อรอโทรศัพท์จากฉัน . . .
การที่คุณยังถือสายไว้ข้างๆ ทั้งคืนเพื่อคอยฟังเสียงฉัน ยามที่ฉันเผลอหลับไป . . .
การที่คุณเล่น เย้าแหย่ ฉัน . . .
การที่คุณกอด หรือหอมแก้มฉัน . . . แม้เพียงแผ่วเบา . . .
การที่คุณอยากสัมผัสฉัน . . . อยากให้ฉันอยู่ใกล้ๆ . . .
การที่คุณ .แคร์ เอาใจใส่ คุณบอกว่าคุณแคร์ฉันที่สุด . . .
การที่คุณบอกว่า "คุณรักฉัน คุณชอบฉัน" . . .

ฉันเคยคิดว่า ทุกการพูด และ กระทำ ของคุณทุกอย่างคือ "คุณ รัก ฉัน"
เพราะทุก คำพูด และ การกระทำของคุณ . . .มันทำให้ฉันรักคุณเหลือเกิน
มาวันนี้ คุณบอกกับฉันว่า . . .คุณเหมือนจะรักเพื่อนสนิทของฉัน
วันนั้นฉันควรจะทำยังไงดี?

ฉันคิดเข้าข้างตัวเองมาตลอดว่าคุณรักฉัน . . .
ฉันคิด ฉันบอกกับตัวเองแบบนั้นจนวินาที ที่คุณจะสารภาพว่าคุณรักใคร . . .
ฉันคิดไม่ออกเลยว่า . . .
ต่อไปฉันจะเป็นอย่างไร เมื่อต้องอยู่กัน 3 คน เค้า คุณ และ ฉัน . . .

จากวันนั้น ถึง วันนี้ . . .เรายังคงไปไหนด้วยกัน 3 คน เหมือนเดิม
การกระทำและคำพูดของคุณ ยังเหมือนเดิม
เหมือนกับตอนที่ฉันเคยคิดเข้าข้างตัวเอง . . .
ฉันอยากหลุดออกจากสภาพฉันตอนนี้เหนื่อยเหลือเกิน . . .
กับการที่เห็นคุณพูดคุย หยอกล้อกับเพื่อนสนิทของฉัน บางครั้งก็ละเลยฉันไป . . .
แต่พออยู่กัน 2 คน . . .”ฉัน กับ คุณ” . . . คุณกลับกระทำกับฉันอย่างคนรักกัน
ฉันไม่เข้าใจคุณเลย . . .
มาจนวันนี้ ฉันได้ยินคำว่า "รัก" จากคุณ ทุกวัน คุณขอให้ฉันเชื่อ
แต่ฉันจะเชื่อได้อย่างไรกัน . . .ในเมื่อคุณ . . .ยังคงมีทั้งฉันและ เค้าอยู่ ข้างกาย . . .

แต่ก่อนฉันมีคนมาชอบฉันอาจไม่มาก แต่ก็ทำให้ฉันอยู่ในสถานะ ผู้เลือก
แต่ตอนนี้ฉันปล่อยคนอื่นๆ ไป อย่างไม่สนใจ ฉันไม่แคร์ถ้าจะไม่มีใครมาสนใจฉัน
ฉันมีแค่คุณก็พอแล้ว . . .
แต่คุณสิ..ไม่ได้มีแค่ฉัน . . . ฉันจึงกลายเป็น "ผู้ถูกเลือก"
ฉันอยากรู้ว่า คุณเห็นฉันเป็นอะไรกันแน่?

 
 
May 22

หวาดดี

   "คุณค่าของคำว่าเพื่อน"
คุณค่าของคำว่าเพื่อน คือ สิ่งที่ช่วยให้คุณมองเห็นค่าของมิตรภาพ
หากมีเพื่อนแท้แม้เพียงสักหนึ่งคน
เท่ากับว่าคุณได้เติมชีวิตให้เต็มเปี่ยม
ทำไมชีวิตที่มีเพื่อนช่างเป็นชีวิตที่แสนดี
คุณอาจถูกทิ้งอยู่ท่ามกลางทะเลทรายซาฮารา และลมอาจพัดเอาฝุ่นทรายเข้าตา
แต่คุณยังคงจำลายมือของเพื่อนที่คุณรักที่สุดได้
คุณมีใครสักคนที่บ่นให้ฟังได้เสมอ
คุณใส่เสื้อผ้าที่ดูแย่ที่สุดเมื่ออยู่กับเพื่อนได้
เมื่อคุณเล่าความลับให้เพื่อนฟัง เพื่อนจะเก็บไว้เป็นความลับ
เพื่อนจะไม่ถือสาหาความ แม้ว่าคุณจะโทรไปปลุกแต่เช้า
เมื่อเพื่อนถามคุณว่า สบายดีหรือเปล่า?
คุณไม่จำเป็นต้องตอบว่า " สบายดี "
คุณสามารถตั้งคำถามโง่ ๆ กับเพื่อนได้ โดยที่เพื่อนไม่หัวเราะเยาะคุณ
เพื่อนอยู่ข้างคุณเสมอไม่ว่ากฎหมายจะว่าอย่างไร
เพื่อนจะนินทาคนอื่นในแบบที่คุณนินทาเสมอ
คุณสามารถยกเลิกอาหารมื้อค่ำได้ โดยที่ไม่ถูกตัดพ้อต่อว่าจากเพื่อน
เสื้อผ้าของเพื่อน ก็เหมือนเสื้อผ้าของคุณยืมใช้กันได้เสมอ
ถ้าไม่มีเพื่อน สมุดจดที่อยู่ก็ว่างเปล่านะสิ
เพื่อนจะไม่บ่น ถ้าคุณยืนกินอาหารในครัว
แทนที่จะนั่งบนเก้าอี้ให้เรียบร้อย
มิตรภาพแตกหักได้ยากกว่าชีวิตคู่
เพื่อนยอมรับคุณได้เสมอ ไม่ว่าคุณจะหนักเพิ่มขึ้นเท่าใด
เพื่อนจะยังคงรักคุณเหมือนเดิม
คุณไม่จำเป็นต้องนำอะไรติดไม้ติดมือไปด้วย เมื่อโผล่หน้าไปเยี่ยมเพื่อน
เพื่อนสามารถกลับมาคืนดีได้หลังจากทะเลาะกัน
เพื่อนจะพูดความจริง เกี่ยวกับสีผมที่คุณเพิ่งไปทำ
เพื่อนจะคอยเลี้ยงลูกให้ยามที่คุณยุ่ง
เพื่อนจะให้คุณยืมเงินได้ง่ายกว่าไปกู้ธนาคาร
คุณหยิบของในตู้เย็นของเพื่อนมากินได้โดยไม่ต้องขออนุญาตก่อน
คุณสามารถโทรชวนเพื่อนออกมาดูหนังในคืนวันเสาร์ได้โดยไม่ต้องบอกล่วงหน้า
คุณสามารถนั่งเงียบๆ ไปตลอดทางโดยไม่ต้องหาเรื่องมาคุยกัน
เพื่อนคือใครสักคนที่คุณสามารถหลบออกจากที่ทำงาน
และไปนั่งกินกาแฟด้วยกันได้
เพื่อนจะไม่ต่อว่าถ้าคุณเลิกนัดเพราะเจอคนถูกใจ
เพื่อนจะไม่ทอดทิ้งคุณแม้ขณะติดคุก
แม้ว่าเพื่อนจะไม่พบกันนานนับสิบปี
แต่ความรู้สึกของคุณกับเพื่อนก็ยังคงเหมือนเดิม

----------------------------------------------------------------